เลือกเข้าร้านตัดสูท ดีมากยิ่งกว่าร้านค้าสูทเสร็จเช่นไร? และก็ มาเท่สุดอินสุด! กับเทรนด์ชุดเจ้าบ่าว

             jhasperfashion.com/th/ “สูทแปลงชีวิต จำต้องสูทสั่งตัดพอดิบพอดีตัวแบบ Bespoke!” หมดยุคของคนขี้เกียจ ด้วยการเดินไปซื้อสูทสำเร็จรูปที่ห้าง แล้วสวมแบบหละหลวมๆคุณลุงๆไปออกงาน เพราะเหตุว่ายุคนี้จะชำระเงินทั้งที จำต้อง Bespoke ซึ่งเป็นคำที่แปลเหมือนกับ Made to order แม้กระนั้นลึกซึ้งกว่า เพราะเหตุว่ารวมถึงหมายไปถึงการวัดทุกสัดส่วนให้พอดิบพอดีกับผู้ใส่จริงๆแถมยังลงรายละเอียดไปถึงเนื้อผ้า แพทเทิร์น และแนวทางการตัดเย็บที่จะแปลงให้หนุ่มธรรมดาๆดึงดูดทุกสายตาในงาน! นี่ไม่ได้พูดเล่น ด้วยเหตุว่าเพียงแค่สูทตัวเดียว สามารถแปลงชีวิตได้จริง ที่สำคัญ ลงทุนตัดครั้งเดียว อยู่ยาวไปกระทั่งแก่เลยก็มี แต่ว่าก็ขึ้นกับการดูแลรูปร่างรวมทั้งซักอบรีดที่ดีด้วยเช่นกัน
BESPOKE = ONLY ME
สูทเก๋ๆตามช็อปเสื้อผ้าทั่วๆไปบางทีอาจจะดูล้ำสมัย แม้กระนั้นไซส์ก็ไม่ตรงกับผู้สวมเท่าใด เอาไปแก้ทรงก็บางครั้งก็อาจจะยิ่งทำให้ผิดรูปร่าง หนุ่มคนไม่ใช่น้อยก็เลยเลือกอีกเส้นทางสำหรับในการตัดสูท ด้วยการเลือกร้านตัดสูทมือแม่น มาจัดแจงทุกปัญหา เพื่อให้ได้สูทที่อีกทั้งพอดิบพอดี ตรงใจ ซึ่งในขณะนี้มีร้าน Bespoke อยู่เยอะๆ ไม่เว้นถึงแม้ว่าจะในเมืองไทย ลุกลามไปจนกระทั่งแบรนด์ดังยักษ์ใหญ่ ก็เริ่มเปิดบริการลักษณะนี้เพื่อเอาใจผู้ที่ถูกใจความรู้สึกพิเศษของสินค้าที่มีเพียงแค่หนึ่งเดียว
THE PROCESS
ขั้นตอนสำหรับในการตัดสูทกับร้านค้าตัดสูทแบบ Bespoke จะย้ำความชอบใจของผู้สวมในทุกๆส่วน โดยจะมีช่างดีไซน์คอยให้คำปรึกษา ตั้งแต่เดินเข้ามาในร้าน เพื่อลดความกลุ้มใจสารพันสำหรับการตัดสูท เนื่องจากผู้ชายหลายคนมีปัญหาสำหรับในการตัดสินใจเลือกสูทที่เหมาะกับตัวเอง จุดนี้บางร้านเกือบจะมีบรรยากาศสบายๆเสมือนบ้านเลยด้วยซ้ำ โดยจะให้ลูกค้าเข้ามานั่งในร้าน คุยถึงจุดประสงค์สำหรับการตัด และรสนิยมที่ลูกค้าคาดหวังไว้ (บางร้านมีเบียร์เสิร์ฟด้วย) หลังจากที่ไปสู่จุดบรรเทา ช่างออกแบบ (ซึ่งบางทีอาจจะเป็นผู้เดียวกับเถ้าแก่) จะพาลูกค้าไปเลือกเนื้อผ้าสำหรับตัดสูท ตลอดตัวนอก กางเกง แล้วก็เชิ้ตตัวใน รวมทั้งวัสดุที่จะใช้ในรายละเอียดอื่นๆดังเช่นว่ากระดุมคอ กระดุมแขน ผ้าที่เอาไว้สำหรับเช็ดหน้าผืนเล็กสำหรับใส่กระเป๋าเสื้อ และยังรวมไปถึงหูกระต่ายแล้วก็เนคไทที่เข้าชุดเข้ารอยกัน พูดได้ว่า รวมทุกพลังสร้างสรรค์ เพื่อสูทตัวนี้เป็นพระเอกขั้นสุดของงาน
THE MEASUREMENT
เพื่อลดความรู้สึกกลุ้มใจอีกข้อของผู้ใส่ ทางร้านค้าจะวัดตัวผู้ใส่หลายหน เพื่อได้ไซส์ที่สมบูรณ์แบบที่สุด โดยจะมีการวัดตัวทั้งปวง 3 ครั้งเป็นขั้นต่ำ ซึ่งในครั้งแรกจะวัดจากโครงร่างของผู้สวม อิงจากหลักอะนาโตมี (Skeleton Fitting) เพื่อได้เค้ารางคร่าวๆของสูท แล้วจะมีการวัดครั้งที่ 2 (Forward Fitting) ที่จะมีโครงสร้างของสูทเกือบสมบูรณ์ แต่ว่ายังมิได้ประกอบเป็นชิ้นจริง เพื่อให้ผู้สวมเห็นภาพผลงานได้ชัดขึ้น และปรับแต่งไขตามความอยากได้ ส่วนครั้งสุดท้าย (Finish Bar Finish Fitting) ถือเป็นการวัดที่ ‘เผื่อ’ ไปว่าจะยังจะต้องแก้ไขเพิ่มเติมอีก ซึ่งทางช่างจะนำสูทที่ใกล้เคียงความจริงถึง 95% มาให้ผู้สวมได้ทดลองอีกรอบ แต่ว่าจะไม่มีรังดุมกับส่วนเย็บมือ พอหมดจากการวัดคราวนี้ ก็จะใช้เวลาอีกราวๆหนึ่งสัปดาห์ในการเก็บงานและก็รายละเอียดอื่นๆต่อไป
FIND YOUR RIGHT SUIT
ลองคิดภาพตนเองเป็น Iron Man แต่ว่าขาด J.A.R.V.I.S ก็อาจจะไม่มีชุดเกราะโก้ๆมาสวมทันเวลา เจ้าสูทตัวเก่งก็แบบเดียวกัน ถ้าหากได้ตัวช่วยชำนาญ ก็อาจไม่ยากที่จะดูดีเสมือนกำเนิดใหม่! ด้วยเหตุผลดังกล่าว ผู้ใดกันที่กำลังจะออกงาน เสนอแนะให้เดินทางไปร้านค้าเหล่านี้ แล้วตัดสูทดีๆกันเลย
และก็เมื่อมาเอ่ยถึงเทรนด์การแต่งตัวในสไตล์ต่างๆของว่าที่เจ้าสาวกันมาก็มากมายแล้ว เห็นทีว่าถึงคราวที่เราต้องหันมาเอาใจใส่สไตล์การแต่งตัวเพื่อเลือกสรรชุดให้บรรดาเจ้าบ่าวกันบ้างแล้วล่ะจ้ะ ก็แหมจะให้ในงานมีแต่เจ้าสาวที่งาม และดูดีอยู่ฝ่ายเดียวก็เห็นทีว่าจะมิได้นะคะ เพราะเจ้าบ่าวรวมทั้งเจ้าสาวนั้นนับว่าเป็นกิ่งทองใบหยกของงาน
ในเมื่อเจ้าสาวดูงามสง่าอย่างสมบูรณ์แบบแล้ว ตัวเจ้าบ่าวเองก็จะต้องดูดี มีรสนยม และก็มีสง่าราศีด้วยถึงจะถูก และก็เพื่องานสมรสของคุณนั้นสมบูรณ์แบบ เรามาดูกันดีกว่าว่าตอนนี้เทรนด์ของชุดเจ้าบ่าว เค้ามีแบบไหน? ดีไซน์ไหน? ที่กำลังอินและกำลังมาแรงอยู่บ้าง รับรองเลยว่าเจ้าบ่าวทั้งหลายจะได้หล่อสมกับเป็นผู้แสดงนำชายของงานอย่างไม่มีเอ้าท์แน่ๆ
แบบแรกเลยก็จะเป็น “ชุดสูทผูกหูกระต่าย” เป็นแบบของชุดเจ้าบ่าวที่คุ้นหูคุ้นตาชายหนุ่มๆกันตลอดมาอยู่แล้ว ซึ่งชุดเจ้าบ่าวสไตล์นี้ ก็เป็นสไตล์ที่ทำให้บรรดาว่าที่เจ้าบ่าวที่ได้สวมใส่ทั้งหลายแหล่ดูราวกับเป็นเจ้าชาย ที่มีทั้งความเยี่ยม แล้วก็น่ารักน่าเอ็นดูอยู่ในคาแรคเตอร์เดียวกัน แถมหูกระต่ายก็ยังสามารถปรับแก้ได้หลากหลาย สามารถนำไปปรับกับชุดเจ้าบ่าวได้มากมาย
ตั้งแต่ออกแบบที่เนี้ยบๆคุมโทนสีเขร่งขรึมทั้งสูท กางเกง และก็สีสันของหูกระต่าย ไปจนกระทั่งแบบที่มีลูกเล่นดีเทลในเรื่องของสีสัน และก็ลวดลาย ไม่ว่าจะเป็นลายทาง ลายสก็อต หรือลายจุด ก็ดูดีและเป็นมองเจ้าที่มีเซ้นส์ในเรื่องของแฟชั่นการแต่งตัวมากทีเดียว
แบบถัดมากับแบบชุดเจ้าบ่าวที่ดูสุขุมและเป็นทางการอย่าง “ชุดสูทผูกเนคไท” เป็นชุดที่มอบความสุขุม แล้วก็เป็นทางการอย่างสง่า แถมยังส่งลุคให้หรูและดูมีมาดให้กับคุณสุภาพบุรุษเสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเป็นวันสำคัญของคุณ หนุ่มใครกันแน่ที่ถูกใจโชว์สไตล์เป๊ะๆแบบละเอียดลออละก็ บอกได้เลยว่าชุดเจ้าบ่าวที่เป็นชุดสูทผูกเนคไทนี่แหละ คือคำตอบที่ใช่สุดแล้ว เพียงคุณเลือกแมทช์สีสูทให้ถูกกัน จะเป็นโทนสว่างอย่างสีขาว สีครีม ให้มองเป็นคุณชายแสนบริสุทธิ์สะอาดตา หรือจะเป็นโทนสีเทา สีดำ สีกรมท่า ให้ดูอ่อนโยนนุ่มลึก เน้นย้ำความเป็นชายมาดแมนแสนเท่ก็เข้าทีไม่เลวเลยล่ะ
แบบในที่สุดเป็นแบบของชุดเจ้าบ่าว ที่ปัจจุบันนี้พวกเราจะได้เห็นบรรดาเจ้าบ่าวขาแนวทั้งหลายเค้าฮิตใส่กันซะเหลือเกิน กับชุดเจ้าบ่าวแบบไม่ใส่สูท ที่นับว่าเป็นชุดพระภูมิออกจะมองชิลซะหน่อย แต่กลับไม่ทิ้งความเป็นทางการไป และก็ยังคงมอบความน่าสนใจในฐานะชุดเจ้าบ่าวได้อย่างดีเยี่ยม โดยส่วนมากก็มักจะสวมแค่เพียงเสื้อกั๊ก หรือไม่ก็คาดเพียงแต่สายเอี๊ยม ที่แมทช์กับหูกระต่ายบ้าง เนคไทบ้าง สุดแต่ความชื่นชอบ เป็นอีกหนึ่งทางเลือก เพื่อว่าที่เจ้าบ่าวทั้งหลายได้ไอเดียใหม่ๆในการสวมชุดเจ้าบ่าวแบบที่ผิดแผกแตกต่างออกไปจากเดิมดูบ้าง แถมยังได้ลุคแนวๆที่โดดเด่นไม่มีใครเหมือนอีกด้วย ยิ่งถ้าเกิดคุมโทนสีคลาสสิกสักหน่อยก็ยังจะได้ลุคเจ้าบ่าวแบบวินเทจนิดๆที่มองดูอบอุ่นสุภาพขึ้นมาเชียวล่ะ จัดเป็นไอเดียชุดเจ้าบ่าวที่ไม่เลวเช่นเดียวกันค่ะ
,,